
Roronoa zoro
23 August 2026
ความเคลื่อนไหวล่าสุดในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายบางส่วน หลังอิหร่านอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิรักจำนวนหนึ่งเดินทางผ่านช่องแคบได้ ภายหลังการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิรักและอิหร่าน ประเด็นนี้ต้องแยกให้ออกจากการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นการอนุญาตให้เรือบางลำผ่านเป็นกรณีเฉพาะ ขณะที่การเดินเรือเชิงพาณิชย์โดยรวมยังไม่ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก่อนเกิดความขัดแย้ง มีน้ำมันมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวันเคลื่อนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ข้อมูลล่าสุดที่ Reuters รายงานระบุว่าปริมาณดังกล่าวลดลงมาอยู่ประมาณ 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าความเสี่ยงด้าน Supply ยังมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แม้เรือบางส่วนจะเริ่มได้รับอนุญาตให้เดินทางผ่านแล้วก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือรูปแบบการควบคุมเส้นทางเดินเรือ หากอิหร่านเลือกอนุญาตให้เรือของบางประเทศผ่านได้ แต่ยังจำกัดเรือของประเทศอื่น ฮอร์มุซก็จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเส้นทางขนส่งพลังงานอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองและเศรษฐกิจของเตหะราน ในเวลาเดียวกัน ฝั่งสหรัฐฯ ยังเดินหน้ากดดันอิหร่านต่อ
โดยรัฐมนตรีคลัง Scott Bessent ระบุว่าสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ในวันจันทร์ และส่งสัญญาณว่ามาตรการครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในชุดคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดที่สหรัฐฯ ใช้กับอิหร่าน จุดที่ตลาดต้องจับตาจึงไม่ใช่เพียงรายชื่อบริษัทหรือบุคคลของอิหร่านที่จะถูกคว่ำบาตร แต่ต้องดูว่ามาตรการจะขยายไปถึงผู้ซื้อน้ำมัน บริษัทขนส่ง ระบบชำระเงิน และเครือข่ายที่ช่วยให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้หรือไม่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจีนโดยตรง เพราะจีนเป็นปลายทางสำคัญของน้ำมันอิหร่าน โดย Reuters ระบุว่าจีนรับซื้อน้ำมันส่งออกของอิหร่านประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ หากมาตรการรอบใหม่เริ่มเพิ่มต้นทุนหรือความเสี่ยงให้กับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการซื้อน้ำมันอิหร่าน ผลกระทบจะเริ่มขยายจากความขัดแย้งระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานเข้าสู่ Supply Chain พลังงานของเอเชีย สำหรับตลาดน้ำมัน การอนุญาตให้เรืออิรักผ่านช่องแคบถือเป็นข่าวบวกต่อ Supply ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มากพอที่จะทำให้ Geopolitical Risk Premium หายไป ตลาดต้องการเห็นการเดินเรือเชิงพาณิชย์กลับมาในวงกว้างและต่อเนื่องมากกว่าการอนุญาตเป็นรายกรณี หากมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ทำให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านลดลงเพิ่มเติม
ขณะที่การเดินเรือผ่านฮอร์มุซยังมีข้อจำกัด ราคาน้ำมันก็มีโอกาสกลับมารับ Premium จากความเสี่ยงด้าน Supply อีกครั้ง ส่วนทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่รอบนี้มีอีกตัวแปรที่ต้องระวัง หากน้ำมันกลับขึ้นแรงและอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ตลาดอาจเริ่มเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ ส่งผลให้ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed ลดลง และผลักดัน Bond Yield รวมถึง Real Yield ให้สูงขึ้น จึงมีโอกาสเกิดสถานการณ์ที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นแรงซื้อทองคำในด้านหนึ่ง ขณะที่ Real Yield ที่สูงขึ้นกลับเข้ามากดดันทองคำอีกด้านหนึ่ง การเคลื่อนไหวของทองจึงต้องดูทั้ง Safe Haven Flow ดอลลาร์ และ Real Yield ไปพร้อมกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่ม Growth และ Technology จะมีความอ่อนไหวมากขึ้นหากน้ำมันสูงนำไปสู่เงินเฟ้อที่เหนียวกว่าคาด เพราะตลาดอาจต้องปรับสมมติฐานเรื่องดอกเบี้ยใหม่ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่สูงขึ้นจะเพิ่มแรงกดดันต่อ Valuation Bitcoin ก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน หากตลาดกลับเข้าสู่ Risk Off จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์พร้อมกับ Yield ที่สูงขึ้น BTC สามารถถูกขายพร้อมสินทรัพย์เสี่ยงได้ แม้ในระยะยาวจะยังมี Narrative เรื่อง Liquidity และสินทรัพย์ทางเลือกสนับสนุนอยู่ก็ตาม
สิ่งที่ต้องติดตามในวันจันทร์จึงอยู่ที่รายละเอียดของมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะว่าขอบเขตจะหยุดอยู่ที่อิหร่าน หรือจะขยายไปถึงบริษัทและประเทศที่ยังทำธุรกรรมเกี่ยวข้องกับน้ำมันอิหร่าน เพราะหากมาตรการเริ่มกระทบผู้ซื้อและระบบขนส่งโดยตรง ผลกระทบจะส่งต่อจากตลาดน้ำมันเข้าสู่เงินเฟ้อ Bond Yield ดอลลาร์ ทองคำ และสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรวดเร็ว




